โครงการย่อย
การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
โครงการย่อย
การศึกษาแนวทางการพัฒนาเพื่อจัดทำฐานข้อมูล และแบบจำลองสำหรับ Emission Inventory ของประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย

หลักการและเหตุผล

ประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันเพื่อเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention of Climate Change: UNFCCC) เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ.2537 ซึ่งอนุสัญญาฯ มีผลบังคับใช้กับประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม พ.ศ.2538 จากนั้น ประเทศไทยได้ลงนามให้สัตยาบันพิธีสารเกียวโตเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2545 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2548 นี้เป็นต้นมา

การลงนามในอนุสัญญาและพิธีสารดังกล่าว ได้ส่งผลให้ประเทศไทยในฐานะประเทศนอกภาคผนวกที่ 1 (Non – Annex I Parties) ต้องจัดทำรายงานบัญชีก๊าซเรือนกระจกแห่งชาติ นำเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาฯ (UNFCCC Secretariat) และจัดทำไว้เป็นส่วนหนึ่งของรายงานแห่งชาติ (National Communication) ซึ่งนำเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาฯ เป็นครั้งๆไป โดยจะได้รับการสนับสนุนด้านการเงินผ่านกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (Global Environment Facilities – GEF) ภายใต้กิจกรรมที่เรียกว่า Enabling Activities ในฐานะภาคีสมาชิกในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ประเทศไทยจะร่วมรับผิดชอบดำเนินการด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามขีดความสามารถ และสถานการณ์ของประเทศด้วยความสมัครใจ และมีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการตามกลไกการพัฒนาที่สะอาด แต่ไม่มีพันธกรณีที่จะต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในช่วงพันธกรณีแรก พ.ศ. 2551 – 2555 (ค.ศ. 2008 – 2012) เหมือนกับประเทศในภาคผนวกที่ 1 (Annex I Parties)

ประเทศไทยเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา ที่มีอัตราการขยายผลิตภัณฑ์มวลรวม (Gross Domestic Products - GDP) สูงอย่างต่อเนื่องทุกปี (ประมาณร้อยละ 4-6) มีการขยายกำลังการผลิตและการใช้พลังงานที่มากขึ้นมีความสัมพันธ์กับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สูงขึ้นด้วย การทราบถึงที่มาที่ไปของการใช้พลังงานในภาคกิจกรรมหลัก ที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้ประเทศเห็นภาพในการพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมักจะถูกนำเข้ามาเกี่ยวข้องกับประเด็นการพัฒนาที่ยั่งยืน ประเด็นการกีดกันการค้า หรือการเจรจาระหว่างประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทย นอกจากนี้ การทราบถึงปริมาณกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้ จะนำมาประกอบการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิของประเทศ และสามารถนำไปประกอบการศึกษาศักยภาพในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยจากประเทศได้

ประเทศไทยได้จัดทำรายงานแห่งชาติครั้งที่ 1 เสนอต่อสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาฯ ในปี 2541 และได้เสนอบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย โดยใช้ปีพ.ศ.2537 (ค.ศ. 1994) เป็นปีฐานตามมติที่ประชุมสมัชชาอนุสัญญาฯ โดยได้ใช้แนวทางที่ได้มาตรฐานสากล และสอดคล้องกับคู่มือการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแห่งชาติ ปีค.ศ.1996 (Revised 1996 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories) ที่จัดขึ้นโดยคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC) จากนั้น ก็ได้มีการศึกษาวิจัยและประเมินปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมและรายสาขาอีกหลายครั้ง ในวาระที่ประเทศไทยจะต้องทำการจัดทำรายงานแห่งชาติครั้งที่ 2 นี้ บัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นข้อมูลหลักที่ต้องรายงาน โดยจะใช้ปีฐานใหม่ที่กำหนดโดยมติของ UNFCCC และประเมินตามมาตรฐานของ IPCC รวมทั้งจะทำการรวมรวมข้อมูลด้านกิจกรรม (Activity Data) และค่าการปลดปล่อย (Emission Factor) ให้เหมาะสม ครอบคลุมไม่น้อยกว่าที่ข้อกำหนดใน Decision 17/CP8: UNFCC Guidelines for the preparation of national communications from Parties not included in Annex I to the Convention เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และสามารถอ้างอิงในทางสากลได้

กลับสู่ด้านบน