โครงการย่อย
การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย
โครงการย่อย
การศึกษาแนวทางการพัฒนาเพื่อจัดทำฐานข้อมูล และแบบจำลองสำหรับ Emission Inventory ของประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

การจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทย

วิธีการศึกษา

 

เอกสารอ้างอิงในการคำนวณ
ในการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของประเทศไทยใช้วิธีการคำนวนจากคู่มือของ IPCC เป็นหลัก อันได้แก่

  1. Revised 1996 IPCC Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories
  2. 2000 IPCC Good Practice Guidance and Uncertainty Management in National Greenhouse Gas Inventories
  3. 2003 Good Practice Guidance for Land Use, Land-Use Change and Forestry

กลับสู่ด้านบน

องค์ประกอบสำคัญในการคำนวณ

  1. ข้อมูลด้านกิจกรรม (Activity Data): ค้นคว้าจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน หากไม่สามารถใช้ข้อมูลปฐมภูมิได้ ก็จะใช้ข้อมูลทุติยภูมิจากหน่วยงานที่สัมพันธ์กัน และหากไม่สามารถหาข้อมูลที่เหมาะสมได้ อาจต้องใช้ข้อมูลเทียบเท่าของหน่วยงานต่างประเทศ
  2. ค่าการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Emission Factor): ได้จากงานวิจัยในประเทศ วารสารปริทัศน์ ตลอดจนการปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ โดยในลำดับแรกจะใช้ค่าเฉพาะของประเทศ หากไม่สามารถหาได้ จะใช้ข้อมูลจากเอกสารอ้างอิงที่เหมาะสม และจะเลือกใช้ค่ากลางของ IPCC (Default value) เมื่อไม่สามารถหาค่าที่เหมาะสมได้
การดำเนินการหาข้อมูลเพื่อจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกแสดงในรูปที่ 1 และหลักการในการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแสดงในรูปที่ 2


รูปที่ 1 แผนผังแสดงกรอบการดำเนินการทำบัญชีก๊าซเรือนกระจก


รูปที่ 2 กรอบความคิดในการคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

กลับสู่ด้านบน

เอกสารอ้างอิงในการคำนวณการแบ่งภาคสาขาของแหล่งปล่อยและแหล่งดูดกลับ
ของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas Source and Sink Categories)
ตามหลักของ IPCC


1. ภาคพลังงาน (Energy)
1A. การเผาไหม้เชื้อเพลิง (Fuel Combustion)
1A1. อุตสาหกรรมผลิตพลังงาน (Energy Industries)
1A2. อุตสาหกรรมการผลิตและก่อสร้าง (Manufacturing Industries and
Construction)
1A3. การขนส่ง (Transport)
1A4. สาขาอื่นๆ (Other Sectors)
1A5. อื่นๆ (Other)
1B. แหล่งปล่อยชั่วคราวจากกิจกรรมการผลิตเชื้อเพลิง (Fugitive Emissions from Fuels)
1B1. การทำเหมืองเชื้อเพลิงแข็ง (Solid Fuels)
1B2. การขุดเจาะน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ (Oil and Natural Gas)
2. ภาคกระบวนการอุตสาหกรรม (Industrial Processes)
2A. การผลิตแร่/ถลุงแร่ (Mineral Products)
2B. อุตสาหกรรมเคมี (Chemical Industry)
2C. การผลิตโลหะ (Metal Production)
2D. กระบวนการผลิตอื่นๆ (Other Production)
2E. การผลิตฮาโลคาร์บอนและซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์
(Production of Halocarbons and SF6)
2F. การบริโภคฮาโลคาร์บอนและซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์
(Consumption of Halocarbons and  SF6)
2G. อื่นๆ (Other)
3.  ภาคการใช้สารละลายและผลิตภัณฑ์อื่นๆ (Solvent and Other Product Use)
4.  ภาคการเกษตร (Agriculture)
4A. การหมักที่เกิดขึ้นในระบบการย่อยอาหารของสัตว์ (Enteric Fermentation)
4B. การจัดการมูลสัตว์ (Manure Management)
4C. การปลูกข้าว (Rice Cultivation)
4D. ดินที่ใช้ในการเกษตร (Agricultural Soils)
4E. การเผาทุ่งหญ้าซาวันนาที่มีการควบคุม (Prescribed Burning of Savannas)
4F. การเผาเศษวัสดุเหลือใช้จากการเพาะปลูกทางการเกษตร
(Field Burning of Agricultural Residues)
4G. อื่นๆ (Other)
5.  ภาคการใช้พื้นที่และป่าไม้ (Land Use, Land-Use Change and Forestry)
5A. ป่าไม้ (Forest Land)
5B. พื้นที่เกษตร (Cropland)
5C. ทุ่งหญ้า (Grassland)
5D. พื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetlands)
5E. พื้นที่อยู่อาศัย (Settlements)
5F. พื้นที่ประเภทอื่นๆ (Other land)
5G. อื่นๆ (Other)
6. ภาคการจัดการของเสีย (Waste)
6A. การบำบัดขยะมูลฝอยในพื้นที่ (Solid Waste Disposal on Land)
6B. การบำบัดน้ำเสีย (Waste-water Handling)
6C. เตาเผาขยะ (Waste incineration)
6D. อื่นๆ (Other)
7. ภาคอื่นๆ (Other)

หมายเหตุ: ภาคที่ 3 Solvent and Other Product Use และภาคที่ 7 Other ยังไม่เคยมีการรายงานในบัญชีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในรายงานแห่งชาติ ฉบับที่ 1 ดังนั้น ในการศึกษาครั้งนี้หากพบว่าไม่มีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง จะไม่นำมาพิจารณาในรายงานเช่นกัน

กลับสู่ด้านบน

ประเภทของก๊าซเรือนกระจก

ก๊าซเรือนกระจกตามพิธีสารเกียวโต ซึ่งรายงานเทียบเป็นค่าคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่ามี 6 ประเภทได้แก่ คาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide: CO2), มีเทน (Methane: CH4), ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide: N2O), ไฮโดรฟลูออโรคาร์บอน (Hydrofluorocarbon: HFC), เปอร์ฟลูออโรคาร์บอน (Perfluorocarbon: PFC) และ ซัลเฟอร์เฮกซะฟลูออไรด์ (Sulfur Hexafluoride: SF6) ก๊าซเหล่านี้ มีค่าศักยภาพการทำให้โลกร้อน (Global Warming Potential: GWP) ที่เป็นไปตามรายงานของ IPCC และมีประสิทธิภาพในการแผ่รังสีความร้อน (Radiative Efficiency) ที่แตกต่างกัน

ส่วนคาร์บอนมอนอกไซด์ (Carbon Monoxide: CO), โมโนไนโตรเจนออกไซด์ (Nitrogen Oxides: NOx), สารประกอบอินทรีย์ที่ระเหยได้ที่ไม่ใช่มีเทน (Non-Methane Volatile Organic Compounds: NMVOCs) และ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (Sulful Dioxide: SO2) จะรายงานในภาคที่มีข้อมูลที่ชัดเจนเท่านั้น

กลับสู่ด้านบน

การวิเคราะห์ค่าความไม่แน่นอน

ก๊าซเการวิเคราะห์ค่าความไม่แน่นอน (Uncertainty analysis) ของข้อมูลด้านกิจกรรม และค่าการปลดปล่อยใช้วิธีทางสถิติและคณิตศาสตร์ที่เหมาะสม ตามแนวทางที่กำหนดไว้ในคู่มือของ IPCC โดยจัดทำในรูปแบบตารางรายงานแบบมาตรฐานของ UNFCCC (Common Reporting Format) โดยจะคำนวณปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2543 – 2548 (ค.ศ. 2000 - 2005) ด้วยวิธีการเดียวกันและข้อมูลจากแหล่งเดียวกันเท่าที่ทำได้ กรณีที่ปีใดไม่มีข้อมูลจะใช้วิธีประมาณค่า (Interpolate) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานที่ IPCC แนะนำให้ใช้

ค่าลำดับแหล่งปล่อยหลัก (Key Categories Analysis) จะประเมินโดยใช้วิธีของ IPCC ซึ่งจะประเมินทั้งข้อมูลปัจจุบัน และแนวทางการปล่อยในอนาคต (Trend Analysis) เพื่อคาดการณ์ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเปรียบเทียบกับกรณีที่มีการดำเนินการตามปกติ (Business As Usual; BAU) และในกรณีอื่นๆ เพิ่มเติมตามความเหมาะสม

ในการคำนวณตามคู่มือของ IPCC บางภาคกิจกรรมมีข้อจำกัดในเรื่องของข้อมูล ดังนั้นบางภาคกิจกรรมจึงสามารถใช้แบบจำลองเพื่อเปรียบเทียบข้อมูลการปล่อย (Comparative analysis) เช่น ในภาคพลังงานจะทำการศึกษาโดยใช้ LEAP model เปรียบเทียบ ภาคป่าไม้ใช้แบบจำลอง ALU และภาคของเสียจะใช้ Waste Model เปรียบเทียบ เพื่อประเมินความน่าเชื่อถือและช่วงของปริมาณการปล่อยที่มีความเป็นไปได้

กลับสู่ด้านบน

การควบคุมคุณภาพ

เพื่อให้ผลการคำนวณมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากที่สุด โครงการวิจัยได้จัดให้มีคณะกรรมการที่ปรึกษาเพื่อให้คำปรึกษาในการให้ได้มาของข้อมูลที่ถูกต้อง โดยคณะกรรมการนี้ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานของข้อมูลด้านกิจกรรมต่างๆ และนักวิจัย/ผู้เชี่ยวชาญทางด้านค่าการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก

นอกจากนี้ คณะวิจัยก็จะจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น 2 ระดับ คือ ระดับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละภาคกิจกรรมและการรับฟังความคิดเห็นทั่วไป โดยในส่วนแรกจัดเป็นประชุมกลุ่มย่อยในบางกลุ่มกิจกรรม เพื่อตรวจสอบข้อมูล การคำนวนและรับฟังข้อคิดเห็น ซึ่งจะจัดระหว่างการดำเนินงาน สำหรับการประชุมส่วนหลังเป็นการจัดเพื่อรับความความเห็นเมื่อคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่สมบูรณ์แล้ว

กลับสู่ด้านบน

การเผยแพร่ข้อมูลและการพัฒนาบุคคลากร

คณะวิจัยของโครงการจะจัดให้มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความสามารถในการคำนวณอย่างแม่นยำให้แก่นักวิจัย และเพื่อเป็นการติดตามวิธีการคำนวนเปรียบเทียบด้วยแบบจำลองใหม่ๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยจะมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากร ทั้งนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมด้วย

ในการจัดทำบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศนั้น ต้องมีการจัดการและจัดเก็บ ตลอดจนการนำมาใช้ข้อมูลที่ดี รวมทั้งควรมีการพัฒนาระบบการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นปัจจุบันสามารถนำมาใช้ได้ทันทีและสะดวก รวมทั้งต้องมีความเข้าใจในที่มาของข้อมูลและวิธีการนำไปคำนวน ดังนั้น เมื่อคณะวิจัยได้ทำการคำนวนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากข้อมูลที่รวบรวมมาเสร็จแล้ว จะจัดให้มีการฝึกอบรม ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำข้อมูลไปใช้ และผู้ที่เกี่ยวข้องในการปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน โดยใช้ software ของ UNFCCC เป็นหลัก

กลับสู่ด้านบน

การจัดทำบทสรุป

คณะวิจัยจะจัดทำบทสรุปตามรูปแบบสากลที่จะปรากฏอยู่ของรายงานแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย แผนภูมิเปรียบเทียบชนิดของก๊าซและแหล่งปล่อย รวมทั้งบทบรรยาย เพื่อให้สำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) สามารถนำข้อมูลไปประกอบในรายงานแห่งชาติครั้งที่สอง เพื่อนำส่งสำนักงานเลขาธิการอนุสัญญาฯ ต่อไป

นอกจากนี้ คณะวิจัยจะจัดทำบทสรุปที่เปรียบเทียบและวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ทั้งเป็นรายปี และรายกลุ่มกิจกรรม เพื่อให้มองภาพรวมในการวางนโยบายการลดก๊าซเรือนกระจกได้

กลับสู่ด้านบน